เปิดขายห้องคืนนี้ถึงตีสอง คือการตัดสินใจเรื่องคน ไม่ใช่เรื่องราคา

เจ้าของโรงแรมรายหนึ่งโพสต์ถามในกลุ่มคนโรงแรมว่า มีการจองจาก OTAs เข้ามาตอนตี 2.32 ของวันที่ 20 แต่ในใบจองระบุเช็คอินวันที่ 19 เช็คเอ้าท์วันที่ 20 คำถามคือทำไมระบบถึงยอมให้จองวันที่ผ่านไปแล้ว คืนที่ผ่านมาก็ไม่มีใครมา และไม่รู้ว่าวันนี้ลูกค้าจะมาหรือเปล่า

คำตอบสั้นที่สุดคือ ระบบไม่ได้ผิด และวันที่ 19 ยังไม่ผ่านไปตอนตีสอง

คืนเข้าพักไม่ได้จบตอนเที่ยงคืน

คืนของวันที่ 19 เริ่มตอนเช็คอินบ่ายวันที่ 19 และจบตอนเช็คเอ้าท์เที่ยงวันที่ 20 ตอนตี 2.32 ของวันที่ 20 คืนนั้นกำลังดำเนินอยู่ ห้องยังว่าง และยังขายได้จริง

ลูกค้าที่กดจองตอนนั้นจึงไม่ได้จองย้อนหลัง เขากำลังยืนอยู่ที่ไหนสักแห่งตอนตีสองและต้องการห้องเดี๋ยวนี้ ในมุมของเขาไม่มีอะไรผิดปกติเลย สิ่งที่ผิดปกติคือฝั่งโรงแรมไม่มีใครตื่นอยู่เพื่อเห็นใบจองนั้น

ก่อนกดอะไร ให้ทักลูกค้าก่อน

ตอนตีสอง ปฏิทินพลิกไปวันที่ 20 แล้ว แต่ความรู้สึกของคนยังอยู่ที่คำว่า “คืนนี้” ซึ่งคือคืนวันที่ 19

บางคนเลือกถูกตามที่ตั้งใจ บางคนตั้งใจจะเข้าพักคืนวันที่ 20 แล้วเลือกพลาดไปหนึ่งวัน ทั้งสองกรณีหน้าตาเหมือนกันหมดในระบบ ต่างกันตรงที่ถ้าเป็นกรณีหลัง ลูกค้าจะโผล่มาเย็นวันที่ 20 โดยที่คุณปิดใบจองไปแล้ว แล้วเรื่องจะจบที่หน้ารีวิว

ข้อความสั้นๆ ถึงลูกค้าผ่านช่องแชทในระบบของ OTAs ภายในเช้าวันนั้น แยกสองกรณีนี้ออกจากกันได้ และใช้เวลาไม่ถึงนาที

นาฬิกาที่เดินอยู่โดยไม่มีใครเตือน

ถ้าลูกค้าไม่มาจริง สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่นั่งรอดูว่าเย็นนี้เขาจะมาไหม เพราะคืนนั้นจบไปแล้วตั้งแต่เช็คเอ้าท์ สิ่งที่ต้องทำคือแจ้ง no-show

สำหรับการจองแบบ Property Collect ที่โรงแรมเก็บเงินเอง Agoda กำหนดหน้าต่างไว้ที่ 72 ชั่วโมงนับจากเที่ยงคืนของวันเข้าพัก และแนะนำให้รอ 24 ชั่วโมงหลังวันเช็คอินก่อนค่อยแจ้ง ปุ่มอยู่ที่ Partner Portal เข้า Bookings แล้วไป Reservations เลือกใบจองนั้น แล้วกด Mark as no-show

เคสในโพสต์เข้าพักวันที่ 19 แปลว่านาฬิกาเริ่มเดินเที่ยงคืนวันที่ 19 และหมดราวเที่ยงคืนวันที่ 22 โรงแรมที่มัวรอดูว่าเย็นวันที่ 20 ลูกค้าจะมาไหม เหลือเวลาเป็นหลักชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

ค่า no-show เรียกเก็บตามนโยบายยกเลิกของ rate นั้น ซึ่งแปลว่าถ้าไม่ได้แจ้งในหน้าต่างที่กำหนด สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ค่าห้องคืนเดียว แต่คือสิทธิ์ในการเรียกเก็บตามนโยบายที่คุณตั้งไว้เองตั้งแต่แรก OTAs เจ้าอื่นมีหน้าต่างของตัวเองที่ไม่เท่ากัน ข้อที่เหมือนกันคือมันจำกัด และไม่มีใครส่งอีเมลมาเตือน

ปิดไม่ได้จากหน้าตั้งค่าของ OTAs

คำถามถัดไปคือ ถ้าไม่อยากรับจองตอนตีสอง ปิดยังไง

การตั้งค่า advance notice ที่กำหนดว่าลูกค้าต้องจองล่วงหน้ากี่วัน เอกสารของ Agoda ระบุว่าใช้ได้เฉพาะที่พักประเภท single-unit home ไม่ใช่โรงแรม

โรงแรมจึงต้องไปปิดที่ต้นทาง คือตั้ง cut-off ใน channel manager หรือปิดห้องของวันนั้นด้วยมือ ทั้งสองทางไม่ใช่การติ๊กครั้งเดียวจบ แต่ต้องตัดสินใจเป็นนโยบายก่อนว่าจะรับถึงกี่โมง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่โรงแรมส่วนใหญ่ไม่เคยทำ และปล่อยให้ค่าตั้งต้นตัดสินแทน

คำถามที่แท้จริงคือคืนนี้มีใครตื่นอยู่

ห้องของคืนนี้ตอนตีสอง คือสินค้าที่กำลังจะหมดอายุในอีกไม่กี่ชั่วโมงโดยไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว ไม่มีสินค้าชิ้นไหนในโรงแรมเน่าเร็วกว่านี้

ถ้ามีคนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ทั้งคืนอยู่แล้ว การขายได้ตอนตีสองคือรายได้ที่แทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม การปิดไปคือการทิ้งของเปล่าๆ ทุกคืน

ถ้าไม่มีคนเฝ้า ใบจองนั้นจะไม่มีใครเห็นจนถึงแปดโมงเช้าของคุณ กลายเป็น no-show ที่ลืมแจ้ง แล้วกลายเป็นงานตามแก้ที่กินเวลามากกว่ามูลค่าห้องหนึ่งคืนหลายเท่า

คำถามจึงไม่ใช่ว่าควรขายคืนปัจจุบันถึงกี่โมง และไม่ใช่เรื่องราคาด้วย แต่คือคืนนี้มีใครตื่นอยู่บ้าง แล้วตั้งเวลาปิดการขายให้ตรงกับคำตอบนั้น

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลหน้าต่างแจ้ง no-show และการตั้งค่า advance notice ตรวจสอบจากเอกสารของ Agoda เมื่อ 21 กันยายน 2569 เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับแพลตฟอร์มที่คุณใช้อีกครั้ง

อ่านต่อ

OTA Audit ฟรี

โรงแรมของคุณขายผ่าน OTAs อยู่แล้ว คำถามคือได้ราคาเน็ตเท่าที่ควรได้หรือยัง

แค่ส่งชื่อโรงแรม เราตรวจราคา คอนเทนต์ และอันดับการแสดงผลในทุกช่องทางให้ แล้วส่งรายงานกลับใน 2–3 วันทำการ ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ผูกมัด

ขอ OTA Audit ฟรี
ดูบริการบริหาร OTAs

ปรึกษาผ่าน LINE