จ่ายไป 674 แต่ในระบบขึ้น 828 — แล้วใบกำกับภาษีควรออกยอดไหน

บทความก่อนหน้า เราไล่เอกสารของกรมสรรพากรจนพบว่า มีคำตอบเรื่องนี้อยู่จริง และคำตอบนั้นบอกว่าโรงแรมเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีให้แขก แม้แขกจะจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มก็ตาม

แต่คำตอบนั้นบอกแค่ว่าใครเป็นผู้ออก และบอกว่าเมื่อไหร่ ไม่ได้บอกว่าออกที่ยอดเท่าไหร่

ส่วนยอดที่ทั้งวงการใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มาจากคู่มือของแพลตฟอร์ม ไม่ได้มาจากกรมสรรพากร

คำถามที่ค้างอยู่จึงเป็นคำถามเดียว คือยอดที่ระบบแจ้งว่าเป็นราคาขาย กับเงินที่แขกจ่ายจริง มันเท่ากันหรือเปล่า

เถียงกันด้วยเหตุผลไม่จบ เพราะไม่มีใครเห็นสองฝั่งพร้อมกัน แขกเห็นแต่ยอดที่ตัวเองจ่าย โรงแรมเห็นแต่ยอดที่ระบบบอก

เราเลยลองเอง จองห้องผ่าน Agoda ด้วยบัญชีของทีมเรา จ่ายด้วยบัตรของเราเอง ที่โรงแรมในเครือที่เราดูแลอยู่ แล้วเปิดระบบหลังบ้านดูการจองใบเดียวกัน

ห้าบรรทัดจากการจองใบเดียว

ยอดที่ Agoda อ้างอิงว่าเป็นราคาขาย 828.00
ยอดที่ Agoda อ้างอิงว่าตัวเองได้ 165.60
ราคาขายจริง เงินที่แขกจ่าย 674.78
โรงแรมได้เงินจริง 662.40
Agoda ได้เงินจริง 12.38

สองบรรทัดบนคือสิ่งที่ระบบแจ้ง สามบรรทัดล่างคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

สองบรรทัดบนสอดคล้องกันเองเป๊ะ 165.60 คือ 20% ของ 828.00 พอดี ไม่มีอะไรคำนวณผิด

แต่ไม่มีบรรทัดไหนข้างบน ตรงกับข้างล่างสักบรรทัดเดียว

ส่วนต่าง 153.22 บาทระหว่าง 828.00 กับ 674.78 คือส่วนลดที่ปรากฏบนหน้าจอตอนจอง และเป็นส่วนลดที่แพลตฟอร์มควักเงินตัวเองลด ไม่ได้ไปหักเงินโรงแรม โรงแรมยังได้ 662.40 ครบ

เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องเงินหาย แต่เป็นเรื่องตัวเลขบนเอกสาร

แล้วออกใบกำกับภาษีที่ยอดไหน

มีสามทาง และเถียงได้จริงแค่สองทาง

ออกที่ 828.00 ตามคู่มือของแพลตฟอร์ม ปลอดภัยที่สุดจากการถูกประเมินว่าภาษีขายขาด เพราะเป็นยอดสูงสุด แต่เอกสารที่แขกถือกลับไปสูงกว่าเงินที่เขาจ่ายจริง 153 บาท และโรงแรมเสียภาษีขายบนเงินที่ไม่เคยได้รับ

ออกที่ 674.78 ยอดที่แขกจ่ายจริง ตรงกับความจริงที่สุด ถูกถามเมื่อไหร่ก็ชี้ไปที่ใบยืนยันการจองของแขกได้ทันที ความเสี่ยงคือถ้าถูกตีความว่าต้องใช้ราคาขาย จะถือว่าแสดงภาษีขายขาดไปประมาณ 10 บาทต่อใบ บวกเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

ออกที่ 662.40 ยอดที่โรงแรมได้รับ ทางนี้ไม่มีการตีความไหนรองรับ ถ้าถือว่าขายให้แขกก็ต่ำไป ถ้าถือว่าขายให้แพลตฟอร์มก็ต้องออกให้แพลตฟอร์ม ไม่ใช่ออกให้แขก

สองเรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือก

กำไรไม่เปลี่ยน ลงรายได้ 828.00 แล้วลงค่าตอบแทน 165.60 เป็นรายจ่าย เหลือ 662.40 เท่ากับลงรายได้ 662.40 ตรงๆ เรื่องนี้กระทบภาษีมูลค่าเพิ่มกับเอกสารที่แขกถือ ไม่ได้กระทบภาษีเงินได้

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการเลือกข้าง เวลาถูกตรวจ สิ่งที่โดนหนักคือทำไม่เหมือนกันในแต่ละใบ ไม่ใช่เลือกทางไหน

ข้อจำกัดของการทดสอบนี้

การจองใบเดียว แพลตฟอร์มเดียว วันเดียว และติดโปรโมชันชุดหนึ่งพอดี

ตัวเลขลงตัวเป๊ะทั้งสองบรรทัดจนน่าเชื่อว่าเป็นโครงสร้างไม่ใช่ความบังเอิญ แต่หนึ่งใบยังไม่ใช่ข้อสรุปของทั้งระบบ

สิ่งที่พูดได้แน่ข้อเดียวคือ ถ้าการจองนั้นติดส่วนลดที่แพลตฟอร์มออกเงินเอง ราคาขายที่โรงแรมเห็นจะไม่ใช่ยอดที่แขกจ่าย

สิ่งที่ทำได้วันนี้

ครั้งหน้าที่แขกมาขอใบกำกับภาษี ขอดูอีเมลยืนยันการจองของเขาด้วยสักแป๊บ แล้วจดไว้ว่ายอดที่เขาจ่ายตรงกับราคาขายอ้างอิงในระบบหรือไม่ ทำสักสิบใบก็เห็นรูปแบบของตัวเอง ซึ่งอาจไม่เหมือนของเรา เพราะขึ้นอยู่กับสัญญาและโปรโมชันที่แต่ละแห่งเปิดใช้

ถ้าไม่ตรง ให้เลือกทางใดทางหนึ่งแล้วทำให้เหมือนกันทุกใบ เก็บหลักฐานคู่กันไว้เสมอ คือใบยืนยันของแขกกับหน้าจอระบบของการจองเดียวกัน

และถ้าอยากได้คำตอบที่ถือไว้ใช้ได้จริง ให้ยื่นข้อหารือไปที่กรมสรรพากรในนามโรงแรมเอง พร้อมแนบตัวเลขห้าบรรทัดของตัวเองไปด้วย คำถามที่มีตัวเลขจริงแนบไป ได้คำตอบที่ใช้ได้จริงกว่าคำถามลอยๆ มาก

ตอนนี้สมาคมโรงแรมไทยกำลังทำหนังสือหารือกรมสรรพากรเรื่องนี้อยู่ รอคำตอบอย่างเป็นทางการกันอีกที

ตัวเลขทั้งหมดมาจากการจองจริงเมื่อ 25 ตุลาคม 2569 บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี ก่อนเปลี่ยนวิธีออกเอกสาร ควรให้ผู้สอบบัญชีของโรงแรมยืนยันกับข้อเท็จจริงในสัญญาของแต่ละแห่ง

อ่านต่อ

OTA Audit ฟรี

โรงแรมของคุณขายผ่าน OTAs อยู่แล้ว คำถามคือได้ราคาเน็ตเท่าที่ควรได้หรือยัง

แค่ส่งชื่อโรงแรม เราตรวจราคา คอนเทนต์ และอันดับการแสดงผลในทุกช่องทางให้ แล้วส่งรายงานกลับใน 2–3 วันทำการ ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ผูกมัด

ขอ OTA Audit ฟรี
ดูบริการบริหาร OTAs

ปรึกษาผ่าน LINE