โลกกำลังสู้กลับ OTAs — โรงแรมไทยรู้เรื่องนี้ไหม?

สิ่งที่ OTAs ทำกับโรงแรมมาตลอดหลายปี กำลังถูกรัฐบาลทั่วโลกตั้งคำถามและลงโทษ และปี 2026 คือปีที่ โลกเริ่มสู้กลับ OTAs อย่างเป็นรูปธรรม — คำถามคือโรงแรมไทยรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง

พฤษภาคม 2024 — ยุโรปเปิดหน้า

สหภาพยุโรประบุให้ Booking Holdings Inc. เป็น “gatekeeper” ภายใต้ Digital Markets Act (DMA) กฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาด

หนึ่งในข้อบังคับที่สำคัญที่สุดสำหรับโรงแรมคือ Booking.com ไม่สามารถบังคับใช้ rate parity ได้อีกต่อไป นั่นหมายความว่าโรงแรมมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะเสนอราคาที่ดีกว่าในช่องทางของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์โรงแรม LINE หรือการจองตรง โดยไม่ต้องกลัวถูกลงโทษจากแพลตฟอร์ม สิ่งที่เคยถูกเรียกว่า “กติกา” มาตลอด วันนี้ถูก EU บอกว่ามันคือการใช้อำนาจเกินขอบเขต

มกราคม 2026 — จีนเปิดการสอบสวน OTAs รายใหญ่

สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) เริ่มสอบสวน Trip.com Group บริษัทแม่ของแบรนด์ Ctrip, Skyscanner และ Qunar ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน ครองส่วนแบ่งตลาดจองโรงแรมออนไลน์ราว 56%

ผลการสอบสวนพบพฤติกรรมที่โรงแรมไทยหลายแห่งน่าจะรู้สึกคุ้นเคย Trip.com บีบโรงแรมให้ทำสัญญาผูกขาด ห้ามขายผ่านแพลตฟอร์มอื่น และต้องให้ราคาต่ำที่สุดบน Trip.com เท่านั้น โรงแรมที่ราคาบน Trip.com สูงกว่าคู่แข่ง แพลตฟอร์มสามารถใช้ระบบปรับราคาลดราคาห้องพักได้โดยตรงโดยไม่ต้องขออนุญาต และโรงแรมที่ไม่ยอมทำตาม ถูกลงโทษด้วยการลดการมองเห็น ถอดสถานะ และหักเงินสำรองการจอง พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020

25 กรกฎาคม 2026 — คำตัดสินออกมา ค่าปรับรวมกว่า 27,000 ล้านบาท

วันที่ 25 กรกฎาคม 2026 SAMR ออกคำตัดสินขั้นสุดท้าย สั่งลงโทษ Trip.com Group รวมมูลค่า 5,179 ล้านหยวน หรือราว 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 27,000 ล้านบาท) ประกอบด้วยการยึดกำไรที่ได้มาโดยมิชอบ 1,658 ล้านหยวน และค่าปรับอีก 3,521 ล้านหยวน พร้อมสั่งให้คืนเงินสำรองการจองที่หักจากโรงแรม 122 ล้านหยวน

นี่คือค่าปรับด้านการผูกขาดที่ใหญ่ที่สุดที่ SAMR เคยสั่งลงโทษบริษัทเทคโนโลยีจีนรายเดียว นับตั้งแต่กรณี Alibaba ในปี 2021

สองเรื่องนี้บอกอะไรกับโรงแรมไทย

ยุโรปและจีนไม่ได้ตีความต่างกัน พวกเขาเห็นตรงกันว่าสิ่งที่ OTAs ทำคือการใช้อำนาจเหนือตลาดในทางที่ไม่ชอบ การบังคับ rate parity การผูกขาดช่องทาง และการควบคุมราคาโดยที่โรงแรมไม่มีสิทธิ์พูด ไม่ใช่กติกาทางธุรกิจ แต่คือการละเมิดสิทธิ์ผู้ประกอบการ

สิ่งที่สองรัฐบาลใหญ่ที่สุดในโลกเพิ่งตัดสิน คือสิ่งที่โรงแรมไทยเผชิญอยู่ทุกวัน เพียงแต่ยังไม่มีกฎหมายในประเทศที่คุ้มครอง

อย่าตกเป็นเหยื่อ — โรงแรมต้องรู้จักปกป้องตัวเอง

ในวันที่กฎหมายไทยยังไม่ถึงตรงนั้น โรงแรมต้องรู้จักปกป้องตัวเอง รู้ว่า rate parity บังคับคุณได้แค่ไหน รู้ว่าช่องทางไหนให้ margin จริง รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเจรจา และเมื่อไหร่ควรกระจายช่องทางออกไป

OTAs คือเครื่องมือที่ดีถ้าใช้เป็น แต่จะกลายเป็นกับดักถ้าปล่อยให้แพลตฟอร์มตัดสินใจแทนคุณทุกอย่าง ท้ายที่สุดแล้ว มีตัวเลขเดียวที่สำคัญที่สุด — รายได้คุณ กำไรคุณ

คำถามที่พบบ่อย เรื่องกฎหมายควบคุม OTAs

rate parity ยังบังคับใช้ในไทยได้ไหม?
ในไทยยังไม่มีกฎหมายแบบ DMA ของ EU แต่โรงแรมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ถูกผูกมัด rate parity แบบเข้มงวดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว การรู้ว่าสัญญาของตัวเองบังคับอะไรได้จริงบ้าง คือจุดเริ่มต้นของการปกป้องรายได้

ทำไม EU และจีนถึงลงโทษ OTAs?
ทั้งสองรัฐมองว่าการบังคับ rate parity การผูกขาดช่องทาง และการควบคุมราคาโดยที่โรงแรมไม่มีสิทธิ์ต่อรอง เป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดในทางมิชอบ ไม่ใช่การแข่งขันทางธุรกิจปกติ

โรงแรมไทยควรทำอะไรตอนนี้?
ตรวจสอบว่าสัญญากับ OTAs แต่ละเจ้าบังคับอะไรได้บ้างจริงๆ ดูว่าช่องทางไหนให้ margin ดีที่สุด และเริ่มสร้างสัดส่วน direct booking เพื่อลดการพึ่งพา OTAs ช่องทางเดียว


CUBIC management รับบริหาร OTAs และ revenue management ให้โรงแรมอิสระทั่วไทย เราช่วยให้คุณรู้ว่า OTAs ช่องทางไหนทำเงินให้จริง และควรวางกลยุทธ์ราคาอย่างไร ติดต่อได้ที่ team@cubic.management หรือทักไลน์ @cubicmanagement

แหล่งที่มา: European Commission (Booking must comply with the Digital Markets Act), SAMR / South China Morning Post / Caixin Global (China fines Trip.com, กรกฎาคม 2026)